โปรแกรมคำนวณจุดคุ้มทุน ยอดขายคุ้มทุนและกำไรเป้าหมาย

คำนวณจุดคุ้มทุน (BEP) ทั้งจำนวนชิ้นและยอดขาย พร้อมวิเคราะห์กำไรส่วนเกินและวางแผนกำไรเป้าหมายธุรกิจ SME ร้านค้า

จุดคุ้มทุน (Break-Even Point) คืออะไร? จุดคุ้มทุน (Break-Even Point หรือ BEP) คือ ระดับยอดขายที่ทำให้รายได้รวมของธุรกิจเท่ากับต้นทุนรวมทั้งหมดพอดี พูดง่ายๆ คือจุดที่ 'ไม่กำไรและไม่ขาดทุน' (เสมอตัว) หากขายได้น้อยกว่าจุดนี้ ธุรกิจจะขาดทุนทันที แต่ถ้าขายได้เกินกว่าจุดคุ้มทุน ทุกๆ ชิ้นที่ขายได้เพิ่มขึ้นจะเปลี่ยนเป็นกำไรสุทธิเข้ากระเป๋าเจ้าของธุรกิจโดยตรง การวิเคราะห์จุดคุ้มทุนเป็นหัวใจสำคัญของการวิเคราะห์ต้นทุน-ปริมาณ-กำไร (Cost-Volume-Profit: CVP Analysis) ที่ผู้ประกอบการ SME ร้านค้าออนไลน์ และร้านอาหารทุกคนต้องคำนวณก่อนเปิดร้านหรือตั้งราคาสินค้าเสมอ

หลักการบัญชีบริหารและการวิเคราะห์ต้นทุน-ปริมาณ-กำไร (CVP Analysis) โปรแกรมคำนวณนี้ใช้สูตรมาตรฐานตามหลักวิชาชีพบัญชีและคู่มือการวางแผนธุรกิจสำหรับผู้ประกอบการ (กรมพัฒนาธุรกิจการค้า DBD และสมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย) ผลลัพธ์การคำนวณทำงานด้วยระบบคณิตศาสตร์ที่โปร่งใส แม่นยำ และตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน

การพิสูจน์และสูตรทางคณิตศาสตร์สัญลักษณ์คณิตศาสตร์มาตรฐาน

ที่มาและหลักการของสูตรคำนวณ

การคำนวณจุดคุ้มทุนแบ่งออกเป็น 2 มุมมองหลัก คือ 'จำนวนชิ้นที่ต้องขาย' และ 'ยอดขายรวม (บาท)' โดยหัวใจสำคัญคือการแยกแยะต้นทุนคงที่ (Fixed Costs) ออกจากต้นทุนผันแปร (Variable Costs) เพื่อหากำไรส่วนเกินต่อชิ้น (Contribution Margin)

สัญลักษณ์คณิตศาสตร์มาตรฐาน
กำไรส่วนเกินต่อชิ้น (Contribution Margin) = ราคาขายต่อชิ้น − ต้นทุนผันแปรต่อชิ้น
อัตรากำไรส่วนเกิน (%) = (กำไรส่วนเกินต่อชิ้น ÷ ราคาขายต่อชิ้น) × 100
จุดคุ้มทุน (จำนวนชิ้น) = ต้นทุนคงที่รวม ÷ กำไรส่วนเกินต่อชิ้น
ยอดขายคุ้มทุน (บาท) = จุดคุ้มทุน (จำนวนชิ้น) × ราคาขายต่อชิ้น
ยอดขายเพื่อให้ได้กำไรเป้าหมาย (ชิ้น) = (ต้นทุนคงที่รวม + กำไรเป้าหมาย) ÷ กำไรส่วนเกินต่อชิ้น
อ้างอิง: กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) กระทรวงพาณิชย์; Corporate Finance Institute (CFI) - Break-Even Analysis; หลักการบัญชีบริหารเพื่อการตัดสินใจ

คำอธิบายตัวแปรและหน่วยวัด

P
ราคาขายต่อชิ้น (Unit Selling Price)
ราคาจำหน่ายสินค้าหรือบริการต่อ 1 หน่วยที่เรียกเก็บจากลูกค้า (บาท)
VC
ต้นทุนผันแปรต่อชิ้น (Unit Variable Cost)
ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นโดยตรงต่อการผลิตหรือขายสินค้า 1 ชิ้น เช่น ค่าวัตถุดิบ บรรจุภัณฑ์ ค่าส่ง ค่าคอมมิชชัน (บาท)
FC
ต้นทุนคงที่รวม (Total Fixed Costs)
ค่าใช้จ่ายประจำที่ต้องจ่ายทุกเดือน ไม่ว่าจะมียอดขายหรือไม่ เช่น ค่าเช่าร้าน เงินเดือนพนักงานประจำ ค่าเน็ต ค่าธรรมเนียมรายเดือน (บาท)
CM
กำไรส่วนเกินต่อชิ้น (Contribution Margin)
เงินที่เหลือจากราคาขายหลังจากหักต้นทุนผันแปรแล้ว เพื่อนำไปชดเชยต้นทุนคงที่และสร้างกำไรสุทธิ (บาท)
Profit
กำไรเป้าหมาย (Target Profit)
จำนวนเงินกำไรสุทธิรายเดือนที่เจ้าของกิจการต้องการได้รับเพิ่มเติมจากการดำเนินงาน (บาท)
ตัวอย่างการคำนวณแบบทีละขั้นตอน

ตัวอย่างการคำนวณจริง: ร้านกาแฟสดเปิดใหม่

สมมติคุณเปิดร้านกาแฟสดขนาดเล็ก โดยมีต้นทุนคงที่รายเดือนรวม 50,000 บาท (ค่าเช่าที่ 25,000 บาท + ค่าจ้างพนักงาน 20,000 บาท + ค่าน้ำค่าไฟ/เน็ต 5,000 บาท) ขายกาแฟเฉลี่ยแก้วละ 65 บาท โดยมีต้นทุนผันแปรต่อแก้ว 25 บาท (เมล็ดกาแฟ นม แก้ว ฝา หลอด) และต้องการเหลือกำไรสุทธิเดือนละ 30,000 บาท:

ต้นทุนคงที่รายเดือน (FC):50,000 บาทราคาขายต่อแก้ว (P):65 บาทต้นทุนผันแปรต่อแก้ว (VC):25 บาทกำไรเป้าหมายที่ต้องการ (Profit):30,000 บาท
1
1. คำนวณกำไรส่วนเกินต่อแก้ว (CM)
65 − 25 = 40 บาทต่อแก้ว
กาแฟทุกแก้วที่ขายได้ มีเงิน 40 บาทไปช่วยจ่ายค่าเช่าร้านและเงินเดือน
2
2. คำนวณอัตรากำไรส่วนเกิน (%CM)
(40 ÷ 65) × 100 = 61.5%
ทุกๆ ยอดขาย 100 บาท จะเหลือกำไรส่วนเกิน 61.50 บาท
3
3. คำนวณจุดคุ้มทุน (จำนวนแก้ว)
50,000 ÷ 40 = 1,250 แก้วต่อเดือน
เฉลี่ยขายวันละ ~42 แก้ว (คิด 30 วัน) เพื่อให้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งหมด
4
4. คำนวณยอดขายคุ้มทุน (จำนวนเงิน)
1,250 × 65 = 81,250 บาทต่อเดือน
ต้องมียอดขายรวมอย่างน้อยเดือนละ 81,250 บาท จึงจะไม่ขาดทุน
5
5. คำนวณยอดขายเพื่อให้ได้กำไรตามเป้า 30,000 บาท
(50,000 + 30,000) ÷ 40 = 2,000 แก้วต่อเดือน
ต้องขายให้ได้ 2,000 แก้วต่อเดือน (เฉลี่ยวันละ ~67 แก้ว) คิดเป็นยอดขายรวม 130,000 บาท
สรุป: หากร้านขายได้ต่ำกว่า 1,250 แก้วต่อเดือนจะขาดทุนทันที แก้วที่ 1 ถึง 1,250 มีไว้เพื่อจ่ายค่าเช่าและเงินเดือนพนักงาน ส่วนแก้วที่ 1,251 เป็นต้นไป เงิน 40 บาทต่อแก้วจะกลายเป็นกำไรสุทธิเข้ากระเป๋าเจ้าของร้านเต็มๆ ครับ
บทวิเคราะห์และข้อแนะนำเชิงลึก

4 กลยุทธ์ลดจุดคุ้มทุนและเพิ่มกำไรให้ธุรกิจ SME

1. เจรจาลดต้นทุนคงที่ (Lowering Fixed Costs): ต้นทุนคงที่เป็นภาระหนักที่สุดของธุรกิจช่วงเริ่มต้น หากคุณสามารถเจรจาลดค่าเช่าที่ เปลี่ยนสัญญาเป็นแบบแปรผันตามยอดขาย (Revenue Sharing) หรือใช้พื้นที่ร่วม (Co-working/Cloud Kitchen) จุดคุ้มทุนของคุณจะลดลงอย่างมาก ทำให้ร้านอยู่รอดได้ง่ายขึ้นแม้ในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว

2. ควบคุมต้นทุนผันแปรต่อชิ้น (Managing Variable Costs): การเจรจาซื้อวัตถุดิบราคาส่งล็อตใหญ่ ลดการสูญเสียในกระบวนการผลิต (Food Waste / Defect) หรือเลือกบรรจุภัณฑ์ที่มีคุณภาพดีในราคาประหยัด จะช่วยเพิ่มกำไรส่วนเกินต่อชิ้น (Contribution Margin) ทำให้คุณต้องขายจำนวนชิ้นน้อยลงเพื่อไปถึงจุดคุ้มทุน

3. การปรับราคาขายและการเพิ่มยอดขายต่อบิล (Value-Added Pricing & Upselling): แทนที่จะแข่งขันด้วยการลดราคา ซึ่งจะทำให้จุดคุ้มทุนพุ่งสูงขึ้นอย่างอันตราย ให้ใช้วิธีเพิ่มมูลค่าสินค้า จัดเซ็ตคอมโบ หรือแนะนำท็อปปิ้งเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มราคาขายเฉลี่ยต่อบิล ส่งผลให้อัตรากำไรส่วนเกินเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

4. การสร้างส่วนเผื่อความปลอดภัย (Margin of Safety): ในการทำธุรกิจจริง ยอดขายจะผันผวนตามฤดูกาล ผู้ประกอบการที่ดีควรตั้งเป้ายอดขายให้สูงกว่าจุดคุ้มทุนอย่างน้อย 20%–30% เพื่อเป็นกันชนความปลอดภัย (Margin of Safety) ป้องกันความเสี่ยงในวันที่ฝนตกหรือลูกค้าน้อย

Scenario Analysis

ตารางวิเคราะห์สถานการณ์ธุรกิจและแนวทางแก้ไข (CVP Scenarios)

สถานการณ์ธุรกิจสัญญาณเตือน / ผลกระทบแนวทางแก้ไขและกลยุทธ์
ยอดขายต่ำกว่าจุดคุ้มทุน (ขาดทุน)กระแสเงินสดติดลบ รายได้ไม่พอจ่ายค่าเช่าและเงินเดือนประจำลดค่าใช้จ่ายคงที่ที่ไม่จำเป็นทันที ทำโปรโมชันกระตุ้นยอดขาย หรือปรับลดชั่วโมงทำงานของพนักงานพาร์ทไทม์
ยอดขายแตะจุดคุ้มทุนพอดี (เท่าทุน)รายรับพอจ่ายค่าใช้จ่ายทุกอย่าง แต่เจ้าของธุรกิจไม่มีกำไรเหลือเก็บจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย ทำ Upselling แนะนำสินค้าเสริมที่มีกำไรสูง (High Margin) เพื่อดันยอดเข้าสู่โซนกำไร
ต้นทุนวัตถุดิบผันแปรปรับตัวสูงขึ้นกำไรส่วนเกินต่อชิ้นลดลง ต้องขายจำนวนชิ้นเพิ่มขึ้นมากเพื่อให้อยู่รอดหาซัพพลายเออร์สำรอง ปรับสูตรการผลิต หรือปรับราคาขายขึ้นเล็กน้อยโดยเน้นการสื่อสารเรื่องคุณภาพพรีเมียม
ขยายสาขาหรือค่าเช่าปรับขึ้น (ต้นทุนคงที่เพิ่ม)จุดคุ้มทุนดีดตัวสูงขึ้น ต้องมียอดขายรายวันเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญประเมินฐานลูกค้าในทำเลใหม่ก่อนเซ็นสัญญา และจัดทำแผนการตลาดเชิงรุกตั้งแต่วันแรกที่เปิดดำเนินการ
ยอดขายทะลุจุดคุ้มทุนอย่างต่อเนื่อง (มีกำไร)กำไรสุทธิเติบโตอย่างรวดเร็ว เพราะต้นทุนคงที่ถูกครอบคลุมหมดแล้วนำกำไรบางส่วนไปลงทุนพัฒนาการตลาด พัฒนาทีมงาน และสร้างเงินสำรองฉุกเฉินสำหรับธุรกิจ

เครื่องมือคำนวณธุรกิจและสถิติที่เกี่ยวข้อง

หากคุณต้องการคำนวณค่าเฉลี่ยยอดขาย สถิติราคาสินค้า หรือคะแนน สามารถใช้งาน โปรแกรมคำนวณค่าเฉลี่ย (Mean, Median, Mode) หรือหากต้องการวัดขนาดหน้าร้าน พื้นที่โกดังเก็บสต็อกสินค้า และที่ดิน สามารถใช้งาน โปรแกรมคำนวณพื้นที่ (ตร.ม. ตารางวา ไร่) รวมถึงสามารถตรวจสอบสุขภาพด้วย โปรแกรมคำนวณค่า BMI, โปรแกรมคำนวณไขมันในร่างกาย, โปรแกรมคำนวณแอลกอฮอล์ในเลือด หรือนับอายุและวันทำงานด้วย โปรแกรมคำนวณอายุจริง และดูเครื่องคำนวณทั้งหมดได้ที่ หน้าหลัก Calcia ภาษาไทย

คำถามที่พบบ่อย

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ คำนวณจุดคุ้มทุน

ต้นทุนคงที่ (Fixed Costs) กับ ต้นทุนผันแปร (Variable Costs) ต่างกันอย่างไร?

ต้นทุนคงที่ คือค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายเท่าเดิมทุกเดือน ไม่ว่าคุณจะขายของได้ 0 ชิ้น หรือ 1,000 ชิ้น เช่น ค่าเช่าร้าน เงินเดือนพนักงานประจำ ค่าเน็ต ส่วนต้นทุนผันแปร คือค่าใช้จ่ายที่จะเพิ่มขึ้นตามจำนวนชิ้นที่ขาย เช่น ค่าวัตถุดิบ ค่าแพ็กเกจจิ้ง ค่าส่งของต่อชิ้น และค่าคอมมิชชันครับ

ยอดขายคุ้มทุนแบบจำนวนชิ้น กับแบบจำนวนเงิน ต่างกันอย่างไร?

แบบจำนวนชิ้น (Units) จะบอกว่า 'คุณต้องขายสินค้าให้ได้กี่ชิ้นหรือกี่แก้ว' จึงจะคุ้มทุน ส่วนแบบจำนวนเงิน (Revenue) จะบอกว่า 'คุณต้องมียอดขายรวมเข้าลิ้นชักกี่บาท' ทั้งสองค่าสะท้อนจุดคุ้มทุนเดียวกัน แต่ช่วยให้วางแผนงานหน้าร้านและการเงินได้สะดวกขึ้นครับ

จุดคุ้มทุน (BEP) จะเปลี่ยนไปหรือไม่ เมื่อเวลาผ่านไป?

เปลี่ยนแน่นอนครับ เมื่อใดก็ตามที่ซัพพลายเออร์ขึ้นราคาวัตถุดิบ เจ้าของที่ขึ้นค่าเช่า หรือคุณตัดสินใจลดราคา/จัดโปรโมชัน จุดคุ้มทุนจะขยับทันที ผู้ประกอบการจึงควรคำนวณทบทวนจุดคุ้มทุนใหม่อย่างน้อยทุก 1–3 เดือนครับ

ถ้าราคาขายต่ำกว่าต้นทุนผันแปร จะเกิดอะไรขึ้น?

ถ้าเกิดเหตุการณ์นี้ หมายความว่าทุกๆ ชิ้นที่คุณขาย คุณจะควักเนื้อขาดทุนทันที ต่อให้คุณขายได้เป็นแสนชิ้นก็ไม่มีวันคุ้มทุน และยิ่งขายจะยิ่งเจ๊งเร็วขึ้น ในกรณีนี้ต้องรีบหยุดขายเพื่อปรับราคาขึ้น หรือเปลี่ยนแหล่งวัตถุดิบทันทีครับ

สูตรคำนวณกำไรเป้าหมาย นำไปใช้ประโยชน์อย่างไร?

ช่วยให้คุณไม่ต้องทำงานแบบลุ้นไปวันๆ แต่สามารถตั้งโจทย์ได้ชัดเจน เช่น 'อยากได้กำไรเข้ากระเป๋าเดือนละ 50,000 บาท ต้องขายกี่ชิ้น' ระบบจะนำกำไรเป้าหมายไปรวมกับต้นทุนคงที่ แล้วหารด้วยกำไรส่วนเกิน ทำให้ทีมขายมีเป้าหมายรายวันและรายเดือนที่ชัดเจนครับ

แหล่งข้อมูลอ้างอิงและมาตรฐานวิชาชีพบัญชี

เครื่องคำนวณที่เกี่ยวข้อง

เครื่องคำนวณที่มักเปิดดูควบคู่กับ คำนวณจุดคุ้มทุน

ดูทั้งหมด การเงินและการลงทุน →
ผลตอบแทนทบต้น№ 01.16

โปรแกรมคำนวณ CAGR อัตราผลตอบแทนทบต้นต่อปี

โปรแกรมคำนวณ CAGR ออนไลน์ คำนวณอัตราผลตอบแทนเฉลี่ยทบต้นต่อปีจากการลงทุน หุ้น และกองทุน พร้อมคำนวณผลตอบแทนรวมและกฎ 72 ประเมินระยะเวลาเงินโต 2 เท่า

CAGR = [(มูลค่าสุดท้าย ÷ มูลค่าเริ่มต้น) ^ (1 ÷ จำนวนปี)] − 1 | กฎ 72: ระยะเวลาเงินโต 2 เท่า = 72 ÷ CAGRเปิดใช้งานเครื่องมือ
ลดต้นลดดอก & เกณฑ์ ธปท.№ 01.01

โปรแกรมคำนวณค่างวด คำนวณเงินกู้และผ่อนบ้าน

โปรแกรมคำนวณค่างวดเงินกู้ออนไลน์ คำนวณยอดผ่อนต่อเดือน ดอกเบี้ยรวม ทั้งสินเชื่อบ้าน รถยนต์ และส่วนบุคคล พร้อมตารางตัดหนี้ลดต้นลดดอกตามเกณฑ์ ธปท.

E = P × r × (1 + r)ⁿ ÷ ((1 + r)ⁿ − 1) (สูตรคำนวณค่างวดเงินกู้แบบลดต้นลดดอก / Reducing Balance Annuity Model)เปิดใช้งานเครื่องมือ
DCA & ตลาดหลักทรัพย์ฯ№ 01.02

โปรแกรมคำนวณ DCA คำนวณเงินออมและผลตอบแทน

โปรแกรมคำนวณ DCA คำนวณเงินออมรายเดือน ผลตอบแทนคาดหวัง และมูลค่าพอร์ตในอนาคตจากการออมหุ้นและกองทุนรวม ด้วยพลังดอกเบี้ยทบต้นตามเกณฑ์ตลาดหลักทรัพย์ฯ

M = P × [((1+i)ⁿ − 1) / i] × (1+i) (มูลค่าเงินในอนาคตของการออมแบบทบต้นต้นงวด / Annuity Due)เปิดใช้งานเครื่องมือ

แม่นยำแน่นอน & ปลอดภัยบนเบราว์เซอร์ 100%

การคำนวณทั้งหมดประมวลผลบนเบราว์เซอร์ของคุณโดยตรงด้วยเลขทศนิยมความละเอียดสูง ข้อมูลตัวเลขและข้อมูลทางการเงินของคุณจะเป็นความลับเสมอ และไม่มีการส่งหรือบันทึกลงเซิร์ฟเวอร์ใดๆ